วันวิสาขบูชา

วันวิสาขบูชา

18268196_209280099588125_8105109951908211221_n 18221668_209280082921460_5291739435539827625_n 18222076_209280066254795_1198955145344291960_n

วันวิสาขบูชา 2561 ตรงกับวันที่ 29 พฤษภาคม ซึ่งปกติวันวิสาขบูชา ตรงกับขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6

วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญทางศาสนาสากล และเป็นวันหยุดทางธนาคารและราชการของไทย เป็นวันคล้าย วันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เหตุการณ์อัศจรรย์ยิ่งนี้ เกิดตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7

#ความหมายของวันวิสาขบูชา

คำว่า วิสาขบูชา ย่อมาจากคำว่า “วิสาขปุรณมีบูชา” แปลว่า “การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ” ดังนั้น วิสาขบูชา จึงหมายถึง การบูชาในวันเพ็ญเดือน 6

การกำหนดวันวิสาขบูชา

วันวิสาขบูชา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ตามปฏิทินจันทรคติของไทย ซึ่งมักจะตรงกับเดือนพฤษภาคม หรือมิถุนายน แต่ถ้าปีใดมีอธิกมาส คือ มีเดือน 8 สองหน ก็เลื่อนไปเป็นวันขึ้น 15 ค่ำ กลางเดือน 7 หรือราวเดือนมิถุนายน

อย่างไรก็ตาม ในบางปีของบางประเทศอาจกำหนด วันวิสาขบูชา ไม่ตรงกับของไทย เนื่องด้วยประเทศเหล่านั้นอยู่ในตำแหน่งที่ต่างไปจากประเทศไทย ทำให้วันเวลาคลาดเคลื่อนไปตามเวลาของประเทศนั้น ๆ

ประวัติวันวิสาขบูชาและความสำคัญของ วันวิสาขบูชา

วันวิสาขบูชา ถือเป็นวันสำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา เพราะเป็นวันที่เกิด 3 เหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เวียนมาบรรจบกันในวันเพ็ญเดือน 6 แม้จะมีช่วงระยะเวลาห่างกันนับเวลาหลายสิบปี ซึ่งเหตุการณ์อัศจรรย์ 3 ประการ ได้แก่…

#วันวิสาขบูชา

1. วันวิสาขบูชา เป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ

เมื่อพระนางสิริมหามายา พระมเหสีของพระเจ้าสุทโธทนะ แห่งกรุงกบิลพัสดุ์ ทรงพระครรภ์แก่จวนจะประสูติ พระนางแปรพระราชฐานไปประทับ ณ กรุงเทวทหะ เพื่อประสูติในตระกูลของพระนางตามประเพณีนิยมในสมัยนั้น ขณะเสด็จแวะพักผ่อนพระอิริยาบถใต้ต้นสาละ ณ สวนลุมพินีวัน พระนางก็ได้ประสูติพระโอรส ณ ใต้ต้นสาละนั้น ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือน 6 ก่อนพุทธศักราช 80 ปี ครั้นพระกุมารประสูติได้ 5 วัน ก็ได้รับการถวายพระนามว่า “สิทธัตถะ” แปลว่า “สมปรารถนา”

เมื่อข่าวการประสูติแพร่ไปถึงอสิตดาบส 4 ผู้อาศัยอยู่ในอาศรมเชิงเขาหิมาลัย และมีความคุ้นเคยกับพระเจ้าสุทโธทนะ ดาบสจึงเดินทางไปเข้าเฝ้า และเมื่อเห็นพระราชกุมารก็ทำนายได้ทันทีว่า นี่คือผู้จะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงกล่าวพยากรณ์ว่า “พระราชกุมารนี้จักบรรลุพระสัพพัญญุตญาณ เห็นแจ้งพระนิพพานอันบริสุทธิ์อย่างยิ่ง ทรงหวังประโยชน์แก่ชนเป็นอันมาก จะประกาศธรรมจักรพรหมจรรย์ของพระกุมารนี้จักแพร่หลาย” แล้วกราบลงแทบพระบาทของพระกุมาร พระเจ้าสุทโธทนะทอดพระเนตรเห็นเหตุการณ์นั้นทรงรู้สึกอัศจรรย์และเปี่ยมล้นด้วยปีติ ถึงกับทรุดพระองค์ลงอภิวาทพระราชกุมารตามอย่างดาบส

2. วันวิสาขบูชา เป็นวันที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้อนุตตรสัมโพธิญาณ

หลังจากออกผนวชได้ 6 ปี จนเมื่อพระชนมายุ 35 พรรษา เจ้าชายสิทธัตถะก็ทรงตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ณ ใต้ร่มไม้ศรีมหาโพธิ์ ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ในตอนเช้ามืดของวันพุธ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีระกา ก่อนพุทธศักราช 45 ปี ปัจจุบันสถานที่ตรัสรู้แห่งนี้เรียกว่า พุทธคยา เป็นตำบลหนึ่งของเมืองคยา แห่งรัฐพิหารของอินเดีย

สิ่งที่ตรัสรู้ คือ อริยสัจสี่ เป็นความจริงอันประเสริฐ 4 ประการของพระพุทธเจ้า ซึ่งพระพุทธเจ้าเสด็จไปที่ต้นมหาโพธิ์ และทรงเจริญสมาธิภาวนาจนจิตเป็นสมาธิได้ฌานที่ 4 แล้วบำเพ็ญภาวนาต่อไปจนได้ฌาน 3 คือ

ยามต้น : ทรงบรรลุ “ปุพเพนิวาสานุติญาณ ” คือ ทรงระลึกชาติในอดีตทั้งของตนเองและผู้อื่นได้
ยามสอง : ทรงบรรลุ “จุตูปปาตญาณ” คือ การรู้แจ้งการเกิดและดับของสรรพสัตว์ทั้งหลาย ด้วยการมีตาทิพย์สามารถเห็นการจุติและอุบัติของวิญญาณทั้งหลาย
ยามสาม หรือยามสุดท้าย : ทรงบรรลุ “อาสวักขญาณ” คือ รู้วิธีกำจัดกิเลสด้วย อริยสัจ 4 (ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค) ได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในคืนวันเพ็ญเดือน 6 ซึ่งขณะนั้นพระพุทธองค์มีพระชนมายุได้ 35 พรรษา

3. วันวิสาขบูชา เป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จเข้าสู่ปรินิพพาน (ดับสังขารไม่กลับมาเกิดสร้างชาติ สร้างภพอีกต่อไป)

เมื่อพระพุทธองค์ได้ตรัสรู้และแสดงธรรมเป็นเวลานานถึง 45 ปี จนมีพระชนมายุได้ 80 พรรษา ได้ประทับจำพรรษา ณ เวฬุคาม ใกล้เมืองเวสาลี แคว้นวัชชี ในระหว่างนั้นทรงประชวรอย่างหนัก ครั้นเมื่อถึงวันเพ็ญเดือน 6 พระพุทธองค์กับพระภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย ก็ไปรับภัตตาหารบิณฑบาตที่บ้านนายจุนทะ ตามคำกราบทูลนิมนต์ พระองค์เสวยสุกรมัททวะที่นายจุนทะตั้งใจทำถวายก็เกิดอาพาธลง แต่ทรงอดกลั้นมุ่งเสด็จไปยังเมืองกุสินารา ประทับ ณ ป่าสาละ เพื่อเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน

เมื่อถึงยามสุดท้ายของคืนนั้น พระพุทธองค์ก็ทรงประทานปัจฉิมโอวาทว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลายอันว่าสังขารทั้งหลายย่อมมีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงยังกิจทั้งปวงอันเป็นประโยชน์ของตนและประโยชน์ของผู้อื่นให้ บริบูรณ์ด้วยความไม่ประมาทเถิด” หลังจากนั้นก็เสด็จเข้าดับขันธ์ปรินิพพาน ในราตรีเพ็ญเดือน 6 นั้น
#ประวัติความเป็นมาของวันวิสาขบูชาในประเทศไทย

ปรากฏหลักฐานว่า วันวิสาขบูชา เริ่มต้นครั้งแรกในประเทศไทยตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี สันนิษฐานว่าได้รับแบบแผนมาจากลังกา นั่นคือ เมื่อประมาณ พ.ศ. 420 พระเจ้าภาติกุราช กษัตริย์แห่งกรุงลังกา ได้ประกอบพิธีวิสาขบูชาขึ้น เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา จากนั้นกษัตริย์ลังกา พระองค์อื่นๆ ก็ปฏิบัติประเพณีวิสาขบูชานี้สืบทอดต่อกันมา

ส่วนการเผยแผ่เข้ามาในประเทศไทยนั้น น่าจะเป็นเพราะประเทศไทยในสมัยกรุงสุโขทัยมีความสัมพันธ์ด้านพระพุทธศาสนากับประเทศลังกาอย่างใกล้ชิด เห็นได้จากมีพระสงฆ์จากลังกาหลายรูปเดินทางเข้ามาเผยแพร่พระพุทธศาสนา และนำการประกอบพิธีวิสาขบูชาเข้ามาปฏิบัติในประเทศไทยด้วย

สำหรับการปฏิบัติพิธีวิสาขบูชาในสมัยสุโขทัยนั้น ได้มีการบันทึกไว้ในหนังสือนางนพมาศ สรุปได้ว่า เมื่อถึงวันวิสาขบูชา พระเจ้าแผ่นดิน ข้าราชบริพาร ทั้งฝ่ายหน้า และฝ่ายใน ตลอดทั้งประชาชนชาวสุโขทัย จะช่วยกันประดับตกแต่งพระนคร ด้วยดอกไม้ พร้อมกับจุดประทีปโคมไฟให้ดูสว่างไสวไปทั่วพระนคร เป็นเวลา 3 วัน 3 คืน เพื่อเป็นการบูชาพระรัตนตรัย ขณะที่พระมหากษัตริย์ และบรมวงศานุวงศ์ ก็ทรงศีล และทรงบำเพ็ญพระราชกุศลต่าง ๆ ครั้นตกเวลาเย็นก็เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ และนางสนองพระโอษฐ์ตลอดจนข้าราชการทั้งฝ่ายหน้า และฝ่ายในไปยังพระอารามหลวง เพื่อทรงเวียนเทียนรอบพระประธาน ส่วนชาวสุโขทัยจะรักษาศีล ฟังธรรม ถวายสลากภัต สังฆทาน อาหารบิณฑบาตแด่พระภิกษุสามเณร บริจาคทานแก่คนยากจน ทำบุญไถ่ชีวิตสัตว์ ฯลฯ

หลังจากสมัยสุโขทัย ประเทศไทยได้รับอิทธิพลของศาสนาพราหมณ์มากขึ้น ทำให้ในช่วงสมัยกรุงศรีอยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ตอนต้น ไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีการประกอบพิธีวิสาขบูชา จนกระทั่งมาถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ (พ.ศ. 2360) ทรงมีพระราชดำริที่จะให้ฟื้นฟูพิธีวิสาขบูชาขึ้นมาใหม่ โดยสมเด็จพระสังฆราช (มี) สำนักวัดราชบูรณะ ถวายพระพรให้ทรงทำขึ้น เป็นครั้งแรก ในวันขึ้น 14 ค่ำ 15 ค่ำ และวันแรม 1 ค่ำ เดือน 6 พ.ศ. 2360 และให้จัดทำตามแบบอย่างประเพณีเดิมทุกประการ เพื่อให้ประชาชนได้ทำบุญ ทำกุศล โดยทั่วหน้ากัน การรื้อฟื้นพิธีวิสาขบูชาขึ้นมาในครานี้ จึงถือเป็นแบบอย่างถือปฏิบัติในการประกอบพิธี วันวิสาขบูชา ต่อเนื่องมาจวบจนกระทั่งปัจจุบัน

#วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญสากลของสหประชาชาติ

วันวิสาขบูชา ถือเป็นวันสำคัญที่สุดทางพระพุทธศาสนา เนื่องจากล้วนมีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการถือกำเนิดของพระพุทธศาสนา คือ เป็นวันที่พระศาสดา คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ดังนั้นพุทธศาสนิกชนทั่วโลกจึงให้ความสำคัญกับวันวิสาขบูชานี้ และในวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2542 องค์การสหประชาชาติได้ยอมรับญัตติที่ประชุม กำหนดให้วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญของโลก โดยเรียกว่า Vesak Day ตามคำเรียกของชาวศรีลังกา ผู้ที่ยื่นเรื่องให้สหประชาชาติพิจารณา และได้กำหนดวันวิสาขบูชานี้ถือเป็นวันหยุดวันหนึ่งของสหประชาชาติอีกด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อให้ชาวพุทธทั่วโลกได้มีโอกาสบำเพ็ญบุญเนื่องในวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระบรมศาสดา โดยการที่สหประชาชาติได้กำหนดให้วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญของโลกนั้น ได้ให้เหตุผลไว้ว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นมหาบุรุษผู้ให้ความเมตตาต่อหมู่มวลมนุษย์ เปิดโอกาสให้ทุกศาสนาสามารถเข้ามาศึกษาพุทธศาสนา เพื่อพิสูจน์หาข้อเท็จจริงได้โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธ และทรงสั่งสอนทุกคนโดยใช้ปัญญาธิคุณ โดยไม่คิดค่าตอบแทน

#การประกอบพิธีในวันวิสาขบูชา

การประกอบพิธีใน วันวิสาขบูชา จะแบ่งออกเป็น 3 พิธี ได้แก่

1. พิธีหลวง คือ พระราชพิธีสำหรับพระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ ประกอบในวันวิสาขบูชา
2. พิธีราษฎร์ คือ พิธีของประชาชนทั่วไป
3. พิธีของพระสงฆ์ คือ พิธีที่พระสงฆ์ประกอบศาสนกิจ
#กิจกรรมในวันวิสาขบูชา
กิจกรรมที่พุทธศาสนิกชนพึงปฏิบัติใน วันวิสาขบูชา ได้แก่

1. ทำบุญใส่บาตร กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ญาติที่ล่วงลับ และเจ้ากรรมนายเวร
2. จัดสำรับคาวหวานไปทำบุญถวายภัตตาหารที่วัด และปฏิบัติธรรม ฟังพระธรรมเทศนา 
3. ปล่อยนกปล่อยปลา เพื่อสร้างบุญสร้างกุศล
4. ร่วมเวียนเทียนรอบอุโบสถที่วัดในตอนค่ำ เพื่อรำลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
5. ร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับวันสำคัญทางพุทธศาสนา
6. จัดแสดงนิทรรศการ ประวัติ หรือเรื่องราวความเป็นมาเกี่ยวกับวันวิสาขบูชาตามโรงเรียน หรือสถานที่ราชการต่าง ๆ เพื่อให้ความรู้ และเป็นการร่วมรำลึกถึงความสำคัญของวันวิสาขบูชา
7. ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือน วัดและสถานที่ราชการ
8. บำเพ็ญสาธารณประโยชน์

หลักธรรมที่สำคัญในวันวิสาขบูชา ที่ควรนำมาปฏิบัติ

ใน วันวิสาขบูชา พุทธศาสนิกชนทั้งหลายควรยึดมั่นในหลักธรรม ซึ่งหลักธรรมที่ควรนำมาปฏิบัติในวันวิสาขบูชา ได้แก่

1. ความกตัญญู

คือ การรู้คุณคน เป็นคุณธรรมที่คู่กับความกตเวที ซึ่งหมายถึงการตอบแทนคุณที่มีผู้ทำไว้ ความกตัญญูและความกตเวทีนี้ เป็นเครื่องหมายของคนดี ทำให้ครอบครัวและสังคมมีความสุข ซึ่งความกตัญญูกตเวทีนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับทั้ง บิดามารดาและลูก ครูอาจารย์กับศิษย์ นายจ้างกับลูกจ้าง ฯลฯ

ในพระพุทธศาสนา เปรียบพระพุทธเจ้าเสมือนกับบุพการี ผู้ชี้ให้เห็นทางหลุดพ้นแห่งความทุกข์ ดังนั้นพุทธศาสนิกชนจึงควรตอบแทนด้วยความกตัญญูกตเวทีด้วยการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และดำรงพระพุทธศาสนาให้อยู่สืบไป

2. อริยสัจ 4

คือ ความจริงอันประเสริฐ 4 ประการที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ใน วันวิสาขบูชา ได้แก่

ทุกข์ คือ ปัญหาของชีวิต สภาวะที่ทนได้ยาก ซึ่งทุกข์ขั้นพื้นฐาน คือ การเกิด การแก่ และการตาย ล้วนเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องเผชิญ ส่วนทุกข์จร คือ ทุกข์ที่เกิดขึ้นในการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น การพลัดพรากจากสิ่งที่เป็นที่รัก หรือ ความยากจน เป็นต้น

สมุทัย คือ ต้นเหตุของปัญหา หรือสาเหตุของการเกิดทุกข์ และสาเหตุส่วนใหญ่ของปัญหาเกิดจาก “ตัณหา” อันได้แก่ ความอยากได้ต่าง ๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

นิโรธ คือ ความดับทุกข์ เป็นสภาพที่ความทุกข์หมดไป เพราะสามารถดับกิเลส ตัณหา อุปาทานออกไปได้

มรรค คือ หนทางที่นำไปสู่การดับทุกข์ เป็นการปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหา มี 8 ประการ ได้แก่ ความเห็นชอบ ดำริชอบ วาจาชอบ กระทำชอบ เลี้ยงชีพชอบ พยายามชอบ ระลึกชอบ ตั้งจิตมั่นชอบ

3. ความไม่ประมาท

คือการมีสติตลอดเวลา ไม่ว่าจะทำอะไร พูดอะไร คิดอะไร ล้วนต้องใช้สติ เพราะสติคือการระลึกได้ การระลึกได้อยู่เสมอจะทำให้เราใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท ซึ่งความประมาทนั้นจะทำให้เกิดปัญหายุ่งยากตามมา ดังนั้นในวันนี้พุทธศาสนิกชนจะพากันน้อมระลึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ด้วยความมีสติ

วันวิสาขบูชา นับว่าเป็นวันที่มีความสำคัญสำหรับพุทธศาสนิกชนทุกคน เป็นวันที่มีการทำพิธีพุทธบูชา เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระวิสุทธิคุณ พระปัญญาคุณ และพระมหากรุณาธิคุณ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีต่อมวลมนุษย์และสรรพสัตว์ อีกทั้งเพื่อเป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์อันน่าอัศจรรย์ทั้ง 3 ประการ ที่มาบังเกิดในวันเดียวกันและนำหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์มาเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติในการดำรงชีวิต

เครดิตข้อมูล
– wikipedia 
 Kapook.com

เครดิตภาพ
https://www.sanjeenthailandonline.com
https://www.tijuthailand.com

เทพเจ้าตั่วเหล่าเอี๊ย,เจ้าพ่อเสือ,เฮี่ยงเทียนเสี่ยงตี่

เทพเจ้าตั่วเหล่าเอี๊ย,เจ้าพ่อเสือ,เฮี่ยงเทียนเสี่ยงตี่

เทพเจ้าตั่วเหล่าเอี๊ย หรือองค์เทพ เฮี่ยงเทียนเสี่ยงตี่

มี ตำนานเล่าขานมากมายเกี่ยวกับตั่วเหล่าเอี๊ย อาทิ ในเทวปกรณัมของจีนกล่าวว่า เมื่อครั้งบรรพกาลล่วงมาแล้ว เมืองลกฮง กึงตัง ประเทศจีน มีชายหนุ่มรูปร่างกำยำใหญ่ผู้หนึ่งประกอบอาชีพฆ่าหมูและวัวเพื่อส่งขาย คืนหนึ่งเกิดนิมิตเห็นนักพรตลัทธิเต๋ามาบอกให้เลิกฆ่าสัตว์ เพราะเขามิได้เกิดมาเพื่อการนี้ แต่เกิดมาเพื่อสร้างบารมี ควรหันมาบำเพ็ญธรรมแล้วจะสำเร็จ เมื่อตื่นเช้าขึ้นมาชายหนุ่มจึงเล่าให้มารดาฟัง ซึ่งมารดาก็เห็นด้วย ทั้งสองจึงตกลงยุติการฆ่าสัตว์และตั้งใจบำเพ็ญปฏิบัติธรรม

เมื่อตั้งใจบำเพ็ญปฏิบัติธรรมไปได้ 3-4 วัน นักพรตที่นิมิตฝัน ก็มาปรากฏกายที่หน้าบ้าน ถามมานพหนุ่มว่า เขาตัดสินใจเด็ดเดี่ยวที่จะบำเพ็ญพรตให้สำเร็จหรือยัง มานพหนุ่มตอบตกลงทันที และจัดการทรัพย์สินรวบรวมเป็นเงินก้อนหนึ่ง ไว้เลี้ยงดูมารดาผู้ชรา แล้วเก็บข้าวของออกเดินทางตามนักพรตขึ้นเขาไปบำเพ็ญพรต

ด้วยความมานะ ตั้งใจหมั่นปฏิบัติบำเพ็ญ แต่การปฏิบัติก็ไม่มีความก้าวหน้า ไม่ประสบผลแต่อย่างไร ศิษย์ที่มาใหม่ต่างสำเร็จไปก่อนเขา ทำให้มานพหนุ่มรู้สึกเสียใจ ท้อใจ วันหนึ่งจึงถามท่านนักพรตผู้อาจารย์ว่า เขาจะมีวันสำเร็จธรรมไหม ท่านอาจารย์ตอบแก่เขาว่า ตราบใดที่ภายในของเขายังสีดำอยู่ ก็อย่าถามถึงความสำเร็จเลย

พอกลับไปถึงห้องพัก มานพหนุ่ม ครุ่นคิดอย่างหนัก อีกทั้งเสียใจ ข้องใจ ในคำพูดของอาจารย์ว่า ภายในของเขา สีดำ นั้นหมายความว่าอย่างไร เพราะเขามีความตั้งใจมั่นมาบำเพ็ญธรรม ก็เพื่อความสำเร็จ ถ้าภายในคืออุปสรรค เขาก็ยินดีพลีชีพเพื่อบูชาธรรมที่หวังจะ สำเร็จนั้น ๆ

คิดได้ดังนั้น เขาก็คว้ามีดขึ้นมาคว้านท้อง ลากไส้และกระเพาะออกมา พอเครื่องในเหล่านั้นหลุดพ้นจากร่าง เขาก็รู้สึกตัวเบาและบรรลุธรรมทันที เนื่องเพราะอาชีพที่ฆ่าสัตว์มามาก และมานพหนุ่มเอาชีวิตตนแลกธรรม เพื่อทดแทนบาปเคราะห์กรรม ที่มาเป็นอุปสรรคขัดขวางการบำเพ็ญได้สำเร็จ

อาจารย์นักพรตทราบความ เร่งรุดมาที่ห้องพักมานพหนุ่ม เข้าช่วยเหลือรักษา พยาบาลจนมานพหนุ่มเป็นปกติ โดยท้องมานพหนุ่มปราศจากลำไส้ และกระเพาะ แต่มิเป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิต เพราะฌานสมาบัติแห่งธรรม หล่อเลี้ยงรักษาให้เป็นอยู่

เมื่อสำเร็จธรรม นักพรตเห็นสมควรที่ท่านจะลงจากเขาไปโปรดผู้คน ก่อนจากกัน ท่านอาจารย์ได้ มอบธงให้มานพหนุ่มผืนหนึ่ง เป็นสีขาว มานพจัดเตรียมสัมภาระลงเขาโดยเอากระเพาะและลำไส้ ของเขา ที่ตากแห้ง เก็บไว้ นำติดตัวลงมาด้วย ครั้นเดินทางถึงตีนเขา ได้ยินเสียงร้องอย่างเจ็บปวดของหญิงสาว จึงเข้าไปดู พบหญิงท้องแก่กำลังจะคลอดบุตร มานพหนุ่มบอกแก่หญิงคนนั้นว่า ท่านเป็นผู้ชายและเป็นนักบวช มิใช่หน้าที่ที่จะช่วยการคลอดได้ ได้แต่มอบธงผืนที่อาจารย์มอบให้แก่หญิงคนนั้น เพื่อรองรับเด็กทารก หญิงคนนั้นคลอดบุตรออกมาอย่างปลอดภัย เมื่อตัดสายสะดือเช็ดคราบเลือดแล้ว ยกทารกน้อยอุ้มขึ้นในอ้อมกอด หญิงคนนั้นได้ขอบใจท่านมานพหนุ่ม และส่งคืนธงที่เปื้อนเลือดคืนแก่ท่าน

มานพหนุ่มจึงนำธงไปล้างที่ชายคลอง พอธงจุ่มลงน้ำ น้ำในคลองพลันเปลี่ยนเป็นสีดำทันที รวมทั้งธงของเขาก็กลายเป็นสีดำด้วย โดยไม่ได้ระวัง ระหว่างที่ล้างกระเพาะและลำไส้ที่เก็บไว้ชายพก ตกลงไปในน้ำ เขาก็คิดว่าดีเหมือนกัน ไม่ต้องเป็นภาระเก็บรักษาอีกต่อไป มานพหนุ่มลงเขาโปรดผู้คนอยู่จวบจนสิ้นวาระขัยจากมนุษย์โลก ไปเสวยทิพย์สมบัติ องค์เง็กเซียนฮ่องเต้จ้าวแห่งสวรรค์ โปรดประทานยศให้เป็น

ผู้ตรวจการภพสาม ตำแหน่ง “ เหี่ยง เทียน เสี่ยง ตี่ ” ผู้พิชิตมาร โดยมีธงเทพโองการดำเป็นอาญาสิทธิ์ ธงสีดำเป็นสัญลักษณ์ของท่าน เป็นธงบัญชาการของเจ้าหรือเทพพรหม มีลัญจกรอยู่ในธง อาญาสิทธิ์เฉียบขาด

ต่อมาเง็กเซียนฮ่องเต้มีพระบัญชาให้ไปปราบสัตว์ประหลาด 2 ตน พอพบสัตว์ประหลาดทั้งสอง เฮี่ยงเทียนเสี่ยงตี่ทราบทันทีว่าเป็นกระเพาะและลำไส้ของตนที่ปีศาจร้ายเข้า ไปสิงสถิตอยู่ กระเพาะกลายเป็น “เต่า” และลำไส้กลายเป็น “งู” ท่านจึงเอาเท้าข้างหนึ่งเหยียบเต่า และเท้าอีกข้างเหยียบงูไว้ สยบสัตว์ปีศาจร้ายทั้งสองจนหมดฤทธิ์

ชาวบ้านเลื่อมใสศรัทธาจึงจัด สร้างศาลเจ้าและรูปปั้นท่านขึ้นบูชา โดยใช้สัญลักษณ์เท้าเหยียบเต่า เหยียบงู และธงสีดำ โดยมี “เสือ” เป็นบริวารพาหนะ นี่คือตำนานแห่ง ตั่วเหล่าเอี๊ย หรือเฮี่ยงเทียนเสี่ยงตี่ เทพศักดิ์สิทธิ์ ประจำกลุ่มดาวด้านทิศเหนือ ผู้พิชิตมาร ในรูปลักษณ์ขุนพลเคราดำยาว เท้าเหยียบบนหลังงูและเต่าซึ่งถือเป็นสัตว์ประจำกาย มือขวาถือดาบชิดแชเกี่ยม มือซ้ายยกชี้ระดับหน้าอกไปยังท้องฟ้า อันแสดงความหมายถึงการบรรลุธรรมสำเร็จเต๋า ที่ผู้คนกราบไหว้นับถือมาจนถึงทุกวันนี้

ตี่จู้เอี๊ยะ สีโอ๊คแดงสั่งทำพิเศษ

ตี่จู้เอี๊ยะ สีโอ๊คแดงสั่งทำพิเศษ

#ตี่จู้เอี๊ยะ สีโอ๊คแดงสั่งทำพิเศษ งานไม้ขนุนลงรักปิดทองคำเปลวเต็ม

ขนาด 18 นิ้วครึ่ง ลึก16นิ้ว  1 หลังคา 4 เสา 
สนใจสอบถามรายละเอียด

☎เบอร์โทรร้าน  02-883-6341 (เวลา 10.00-17.00 )

เบอร์มือถือโทร 094-564-7794 ( เปิดตลอด24ชั่วโมง )

ไลน์ไอดี : sanjeen2014  

เว็บไซต์  :  https://www.sanjeenthailandonline.com

เว็บไซต์  : https://www.tijuthailand.com

แผนที่ร้าน ศาลเจ้าจีนไทยแลนด์ออนไลน์ https://goo.gl/maps/ZR8ewbo9j9Q2

อีเมล์ : sanjeen2014@gmail.com
#ตี่จู้ #ตี่จู้เอี้ย #เจ้าที่จีน #เจ้าที่ไม้ #ศาลเจ้าจีน #เจ้าที่ #โถ่วตี่กง #ตี่จู้เอี้ยะ #เชิงเทียน #เชิงเทียนแก้ว #กระจกหัวสิงห์ #ยันต์แปดเหลี่ยม #ยันต์มหาโชค #ยันต์โชคลาภ #ยันต์โป๊ยข่วย #ตู้ประทับตี่จู้เอี๊ยะ 

ฐานรองตี่จู้เอี๊ยะลายโหงวก้วย

ฐานรองตี่จู้เอี๊ยะลายโหงวก้วย

ฐานรองตี่จู้เอี๊ยะแบบมีกำแพง งานสั่งทำพิเศษ สีแดง
แบบหน้าฐานเดินลายจีน ๔ ด้าน ลายเจียวใช้จิ้งป้อ
งานไม้จริง สีแดง ลงรักปิดทองคำเปลวเต็ม
พื้นด้านบนฐานรอง ปูด้วยแผ่นโฟเมก้า คุณสมบัติกันน้ำ และ กันขี้ธูปหล่นไม่ดำ

ตัวฐานผลิตจากเนื้อไม้จริงทั้งใบ แข็งแรงทนทาน ไม่พอง ไม่บวม
ขอบฐานด้านหน้าเดินลายจีนงานไม้สัก ๑ นิ้ว ปิดทองคำเปลว
พื้นของฐานรอง ปูด้วยโฟเมก้าคุณสมบัติกันน้ำและกันขี้ธูปหล่นไม่ดำ
ฐานด้านหน้าเดินลายจีนปิดทองเต็ม ขนาด ๑ นิ้ว รอบด้านทั้ง๔ด้าน
หน้าฐานแกะลายมังกรคู่คาบแก้ว ลงรักปิดทองคำเปลวเต็ม

ท่านสามารถเลือกลายของหน้าฐานได้4แบบดังนี้

หน้าฐานด้านหน้าเดินลายจีนรอบ๑นิ้วเดินลายโหงวก้วย
(ผลไม้มงคลห้าชนิด)ปิดทองคำเปลวเต็ม
หน้าฐานด้านหน้าเดินลายจีนรอบ๑นิ้ว
สั่งทำลวดลายมังกรคู่คาบแก้วแกะสลักปิดทองคำเปลวเต็ม
หน้าฐานล่างเดินลายจีนรอบ๑นิ้ว ติด ๔ ตัวอักษรมงคล
(เจียวใช้จิ้งป้อ) ปิดทองคำเปลวเต็ม
หน้าฐานด้านหน้าเดินลายจีนรอบ๑นิ้วเดินลายอักษรมงคล
(แซ่ ลี่ เฮง ล้ง) หมายถึง การค้าเจริญรุ่งเรือง ลงลักปิดทองคำเปลวเต็ม

ขนาดของฐานรองตี่จู้เอี๊ยะ
*** ท่านสามารถสั่งทำตามขนาดที่ต้องการได้ ***

สนใจสอบถามรายละเอียด

☎เบอร์โทรร้าน 02-883-6341 (เวลา 10.00-17.00 )
เบอร์มือถือโทร 094-564-7794 ( เปิดตลอด24ชั่วโมง )
ไลน์ไอดี : sanjeen2014
เว็บไซต์ : https://www.sanjeenthailandonline.com
เว็บไซต์ : https://www.tijuthailand.com แผนที่ร้าน ศาลเจ้าจีนไทยแลนด์ออนไลน์ https://goo.gl/maps/ZR8ewbo9j9Q2 อีเมล์ : sanjeen2014@gmail.com

รีวิว อัญเชิญตี่จู้เอี๊ยะ ของพี่เอ(เรวดี61)

รีวิว อัญเชิญตี่จู้เอี๊ยะ ของพี่เอ(เรวดี61)

วันนี้วันดี ฤกษ์ดี วันอัญเชิญ #ตี่จู้เอี๊ยะ เข้าประทับบ้านเรือน

ขอขอบพระคุณพี่เอ(เรวดี61)ส่งภาพอันเป็นมงคลมาให้ชมเป็นบุญตา

บารมีของอากงมีพลังมากๆ ขอให้กิจการการค้าเจริญรุ่งเรืองเงินทองไหลมาเทมา เฮงเฮงเฮง รวยรวยรวย ปัง ปัง ปัง ค่ะ

ตี่จู้เอี๊ยะงานสั่งทำพิเศษ รุ่นมงคล888

ตี่จู้เอี๊ยะงานสั่งทำพิเศษ รุ่นมงคล888

ขอขอบพระคุณพี่ณัฐภเชษฐ์(สุราษฎร์ธานี)

สั่งทำตี่จู้เอี๊ยะ รุ่นมงคล 888 รวยเงินหมุนเวียนไม่มีที่สิ้นสุด 

แบบสั่งทำฐาน1นิ้วเดินลายจีนเต็ม ลงรักปิดทองคำเปลว

ทางร้านได้ตกแต่งไฟและโคมเต็งลั้งเรียบร้อยแล้วค่ะ

เตรียมส่งตีลังไม้ และจัดส่งกับขนส่งต่อไปคะ
สนใจสอบถามรายละเอียด
ศาลเจ้าจีน ไทยแลนด์ ออนไลน์

จำหน่ายศาล #ตี่จู้เอี๊ยะ และอุปกรณ์เสริมสิริมงคล (ปลีก-ส่ง)

ตี่จู้เอ๊ยะทางร้าน เป็นตัวแทนโรงงานและ ผู้ผลิตได้มาตรฐานตามหลักฮวงจุ้ย

(ทางร้านยังรับสั่งทำตี่จู้เอี๊ยะ,ศาลในรูปแบบและขนาดที่ท่านต้องการ)
#บริการซ่อมแซม ติดตั้งไฟสำหรับตี่จู้เอี๊ยะทุกรุ่น ทุกแบบ ทุกขนาด

ในแบบที่ท่านต้องการ โดยช่างชำนาญงานด้านนี้โดยเฉพาะ (บริการทั้งในและนอกสถานที่)
☎เบอร์โทรร้าน  02-883-6341 (เวลา 10.00-17.00 )

เบอร์มือถือโทร 094-564-7794 ( เปิดตลอด24ชั่วโมง )

ไลน์ไอดี : sanjeen2014  หรือคลิ๊ก https://line.me/ti/p/tUzf-gxACz

แผนที่ร้าน ศาลเจ้าจีนไทยแลนด์ออนไลน์ https://goo.gl/maps/ZR8ewbo9j9Q2

เว็บไซต์ :  https://www.sanjeenthailandonline.com

เว็บไซต์ : https://www.tijuthailand.com

อีเมล์ : sanjeen2014@gmail.com
#ตี่จู้ #ตี่จู้เอี้ย #เจ้าที่จีน #เจ้าที่ไม้ #ศาลเจ้าจีน #เจ้าที่ #โถ่วตี่กง #ตี่จู้เอี้ยะ

ตี่จู้เอี๊ยะ งานสั่งทำพิเศษ รุ่นมงคล888

มาแล้วจ้า 

#ตี่จู้เอี๊ยะ งานสั่งทำพิเศษของคุณณัฐ( สุราษฎร์ธานี)

รุ่นมงคล888 รวยเงินหมุนเวียนไม่มีที่สิ้นสุด สั่งทำฐานสูง 1นิ้ว ตัวบ้านสูงรวม50นิ้ว

กำลังตกแต่งไฟและโคมเต็งลั้ง เสร็จแล้วจากนั้นทางร้านจะทำการจัดส่งต่อไปจ้า
📣📣📣สนใจสอบถามรายละเอียด📣📣📣
ศาลเจ้าจีน ไทยแลนด์ ออนไลน์

จำหน่ายศาล #ตี่จู้เอี๊ยะ และอุปกรณ์เสริมสิริมงคล (ปลีก-ส่ง)

ตี่จู้เอ๊ยะทางร้าน เป็นตัวแทนโรงงานและ ผู้ผลิตได้มาตรฐานตามหลักฮวงจุ้ย

(ทางร้านยังรับสั่งทำตี่จู้เอี๊ยะ,ศาลในรูปแบบและขนาดที่ท่านต้องการ)
#บริการซ่อมแซม ติดตั้งไฟสำหรับตี่จู้เอี๊ยะทุกรุ่น ทุกแบบ ทุกขนาด

ในแบบที่ท่านต้องการ โดยช่างชำนาญงานด้านนี้โดยเฉพาะ (บริการทั้งในและนอกสถานที่)
☎เบอร์โทรร้าน  02-883-6341 (เวลา 10.00-17.00 )

📱เบอร์มือถือโทร 094-564-7794 ( เปิดตลอด24ชั่วโมง )

🆔ไลน์ไอดี : sanjeen2014  หรือคลิ๊ก https://line.me/ti/p/tUzf-gxACz

🏠แผนที่ร้าน ศาลเจ้าจีนไทยแลนด์ออนไลน์ https://goo.gl/maps/ZR8ewbo9j9Q2

🌍เว็บไซต์ :  https://www.sanjeenthailandonline.com

🌍เว็บไซต์ : https://www.tijuthailand.com

📧 อีเมล์ : sanjeen2014@gmail.com
#ตี่จู้ #ตี่จู้เอี้ย #เจ้าที่จีน #เจ้าที่ไม้ #ศาลเจ้าจีน #เจ้าที่ #โถ่วตี่กง #ตี่จู้เอี้ยะ

ขอบพระคุณพี่ EVEพชรภัทร(สระบุรี) สั่งซื้อสินค้าทางร้าน

#รีวิว #ตั้งตี่จู้เอี๊ยะ 

ขอขอบพระคุณพี่ EVEพชรภัทร(สระบุรี)

ส่งภาพการตั้งตี่จู้เอี๊ยะ และปึงท้าวกงที่อุดหนุนทางร้าน ส่งมาให้ชมเป็นบุญตา สวยงามมากๆค่ะ

ขออำนาจบารมีของอากงและปึงท้าวกง จงช่วยให้คุณ EVEพชรภัทรและครอบครัว จงมีแต่ความสุขความเจริญ ขอให้กิจการการค้าเจริญรุ่งเรืองเงินทองไหลมาเทมา เฮงเฮงเฮง รวยรวยรวย ยิ่งยิ่งขึ้นไปนะคะ

ตรุษจีน  2560

ตรุษจีน  2560

https://plus.google.com/100521456271521655403/posts/hXAyirHGbWr?_utm_source=1-2-2

🐓🐔🐓🐔🐓 #ตรุษจีน ปี 2560 ปีไก่ 🐓🐔🐓🐔🐓

รายละเอียดสำคัญที่ควรทราบ 
-หากท่านลูกค้าจะเปลี่ยนศาลให้เจ้าที่ควรเปลี่ยนก่อนส่งเจ้าขึ้นสวรรค์

#วันที่ดังนี้ 10,14 มกราคม 2560
-กรณีเปลี่ยนไม่ทันให้ทำความสะอาดศาลก่อนส่งเจ้ากลับสวรรค์

และเปลี่ยนศาลหลังใหม่ได้หลังจากรับเจ้ากลับจากสวรรค์

#วันที่ดังนี้ 22,24 มกราคม 2560 
-วันไหว้เจ้าเพิ่มเติมให้ดูจากปฎิทินและไหว้ตามปกติได้เลยครับ
วันเสาร์ ที่ 21มกราคม2560 ตรงกับวัน 24 (廿四)เดือน 12 (十二月大)ปีวอก(丙申)

🙏ไหว้ส่งเสด็จเจ้าขึ้นสวรรค์ (เซ้งเจี่ยที-神上天)🙏
วันศุกร์ ที่ 27มกราคม2560 ตรงกับวัน 30 (三十)เดือน 12 (十二月大)ปีวอก(丙申)

🙏วันไหว้สิ้นปี (ก๊วยนี้โจ่ย-过年)🙏
วันศุกร์ ที่ 27มกราคม2560 ตรงกับวัน 30 (三十)เดือน 12 (十二月大)ปีวอก(丙申)
🙏วันไหว้รับเสด็จเทพเจ้าแห่งโชคลาภไฉ่ซิ้งเอี้ย (财神爷)🙏

ปีนี้ท่านเสด็จมาให้โชคลาภ,สิริมงคล,อุปถัมภ์ประทานพร ดังนี้

-เทพเจ้าโชคลาภ มาทาง ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ( ES )

-เทพเจ้าสิริมงคล มาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ( WN ) 

-เทพเจ้าอุปถัมภ์ ประทานพร มาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ( WS )
วันเสาร์ ที่ 28มกราคม2560 ตรงกับวัน 1 (初一)เดือน 1 (正月小)ปีวอก(丙申)

👪วันตรุษจีน (ชุนเจี๋ย-春节) (ตังจี่,ตั้งโจ่ย-冬至)👪
วันเสาร์ ที่ 28มกราคม2560 ตรงกับวัน 1 (初一)เดือน 1 (正月小)ปีวอก(丙申)

🙏วันชิวอิก วันพระจีน (日一初)🙏
วันอังคาร ที่ 31มกราคม2560 ตรงกับวัน 4 (初四)เดือน 1 (正月小)ปีวอก(丙申) วันไหว้รับเจ้ากลับจากสวรรค์ 

🙏ไหว้รับเหล่าเอี๊ยเหลาะที (ซิ้งเลาะที-神下天)🙏
เครดิตปฎิทินจีน : myhora

เครดิตทิศไหว้เทพเจ้า : สำนักแชลั้งดอทคอม 

เรียบเรียงข้อมูล : ศาลเจ้าจีนไทยแลนด์ออนไลน์

🌍เว็บไซต์ :  https://www.sanjeenthailandonline.com

🌍เว็บไซต์ : https://www.tijuthailand.com

รีวิว ตี่จู้เอี๊ยะ คุณปอย(พุทธมณฑลสาย3)

#ตี่จู้เอี๊ยะ #รีวิว #งานสั่งทำพิเศษ 

ขอขอบพระคุณ คุณปอย(พุทธมณฑลสาย3) ให้ความอนุเคราะห์ ให้ความไว้วางใจ สั่งซื้อตี่จู้เอี๊ยะ ทางร้าน พร้อมตู้ประทับ,อุปกรณ์ทุกชิ้นในศาลตี่จู้เอี๊ยะ ผลงานออกมาวันนี้สวยงามมากๆครับ ขอขอบคุณมากๆครับ ขอให้กิจการการค้าเจริญรุ่งเรืองเงินทองไหลมาเทมา เฮงเฮงเฮง รวยรวยรวย ยิ่งยิ่งขึ้นไปนะครับ